|
ใครที่ผ่านไปผ่านมาแถว ๆ ย่านพุทธมณฑลสาย 5 เป็นต้องหยุดมองดูเสากังหันลม
3 ต้นที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าห้างเทสโก้ โลตัส พร้อม ๆ
กับความโดดเด่นของตัวอาคารที่มีน้ำล้อมรอบ
ภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่นเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ที่เรียงรายอยู่ด้านหน้า
พร้อมกับม้านั่งยางริมทางเดินยาวไปจนสุดขอบถนน

เทสโก้ โลตัส สาขาศาลายาแห่งนี้
ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งจับจ่ายซื้อสินค้าเพื่อความบันเทิงของลูกค้าที่มาใช้บริการเท่านั้น
หากแต่บนพื้นที่กว่า 38
ไร่นี้ยังเป็นอาคารอนุรักษ์พลังงานที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดที่ใช้งบลงทุนในการก่อสร้างมากกว่า
800 ล้านบาท ซึ่งเป็นการลงทุนด้านพลังงานโดยเฉพาะมากกว่า
100 ล้านบาท
มร.เจฟฟ์ อดัมส์ ประธานกรรมการเทสโก้ โลตัส
ได้เปิดเผยว่า "จากวิสัยทัศน์ของเซอร์เทอร์รี่ ลีฮี
ประธานกลุ่มเทสโก้ทั่วโลก
ที่ได้ประกาศยุทธศาสตร์สำคัญในการแสดงเจตจำนงว่าเทสโก้จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนเพื่อสร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
(Low-carbon economy)
พร้อมแสดงภารกิจและพันธสัญญาขององค์กรในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของในการรับผิดชอบทางสังคม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการประหยัดพลังงานว่าภายใน 13
ปีนับจากนี้ธุรกิจในเครือข่ายของเทสโก้ทั่วโลกจะต้องลดการใช้พลังงานลงทั้งในส่วนของออฟฟิศและร้านค้าให้ได้
50 % พร้อมกับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ให้ได้อย่างน้อย 30 % และ 40 %
ภายในปี 2020"
"เราตระหนักดีว่าปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับพวกเราทุกคน
บุตรหลานของเรา รวมทั้งลูกหลานของพวกเขาในอนาคต ด้วยเหตุนี้
แผนธุรกิจสำหรับประเทศไทยจึงมุ่งให้ความสำคัญกับแนวทางการประหยัดพลังงานในด้านต่าง
ๆ อย่างจริงจัง ซึ่งที่ผ่านมาเทสโก้
โลตัสได้ริเริ่มโครงการลดการใช้พลังงานในทุกส่วนของธุรกิจ
ซึ่งได้ทำมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา
โดยได้ลงทุนไปแล้วถึงกว่า 445
ล้านบาท
และจนถึงขณะนี้เราสามารถประหยัดพลังงานไปแล้วคิดเป็นเงินทั้งสิ้น 723
ล้านบาท โดยในปี 2550 นี้ บริษัทฯ
จะลงทุนเฉพาะในโครงการประหยัดพลังงานกว่า 131 ล้านบาท
โดยสามารถลดค่าใช้จ่ายประจำปีได้มากกว่า 129 ล้านบาท"

หัวใจของโครงการอนุรักษ์พลังงานของเทสโก้ โลตัสก็คือ "อาคารสีเขียว"
หรือ "กรีนสโตร์" (Green Store)
โดยอาคารอาคารอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเรก คือ เทสโก้ โลตัส
สาขาถนนพระราม 1 ซึ่งเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2547 และ
สาขาศาลายา เป็น "กรีนสโตร์" แห่งที่ 2
ซึ่งเป็นอาคารที่รับเอาเทคโนโลยีประหยัดพลังงานที่ประสบความสำเร็จของกรีนสโตร์แห่งแรกมาใช้
รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะสมกับสาขา
ส่งผลให้ที่ศาลายามีการใช้เทคโนโลยีประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมากกว่า
70 โครงการ โดยตั้งเป้าหมายที่จะลดการใช้พลังงานลง
ร้อยละ 30 ซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่า 12
ล้านบาท ต่อปี และสามารถลด
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศได้ถึง ร้อยละ
40 หรือ 2,500 ตันต่อปี
มร.เจฟฟ์
กล่าวถึงเทคโนโลยีด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมว่า
นี่เป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากที่สุดของเราที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติและเทคโนโลยีสมัยใหม่
เพื่อสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งนี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับลูกค้าและชุมชนมากที่สุด
ซึ่งถูกออกแบบมาภายใต้คอนเซ็ปต์หลัก 3 ประการ คือ ประการแรก
"ร้านค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" (Eco-Friendly Store)
เราได้ให้บริการลูกค้าในฐานะที่เป็นสมาชิกที่มีความรับผิดชอบต่อชุมชน
รักษาพันธสัญญาในการส่งเสริมชุมชนที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน ประการที่สอง
"ร้านค้าของชุมชน" (Community Store)
จึงได้มีสระน้ำธรรมชาติและทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนของลูกค้าที่มาซื้อของที่สาขา
และประการสุดท้าย คือ เป็น
"ศูนย์เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม" (Eco-Learning Centre)
ที่ให้ความรู้เรื่องแนวคิดริเริ่มการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างประสบกาณ์เรียนรู้ที่สัมผัสได้จริงแก่เยาวชน
และเราคาดหวังที่จะแบ่งปันแนวปฏิบัติในการอนุรักษ์พลังงานของเราให้กับลูกค้า
โดยเราได้ถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานที่เรามีผ่านทางบอร์ดนิทรรศการที่ตั้งอยู่ภายในตัวห้าง
เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้อย่างเต็มที่

จากแนวคิดดังกล่าวได้นำมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่สำคัญที่จะทำให้สามารถบรรลุเป้าประสงค์ของการประหยัดพลังงานได้ก็คือ
- ระบบ Solar Cooling
หรือการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ทำความเย็นในระบบปรับอากาศ
ซึ่งในสาขาแห่งนี้ของเราเป็นระบบ Solar cooling ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
- ระบบผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงไบโอดีเซล
จากน้ำมันพืชปรุงอาหารที่ใช้แล้ว
เพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในสาขา
- ระบบผลิตไบโอก๊าซจากการรีไซเคิลขยะสด
- กังหันลม
ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้บริเวณป้ายจอดรถโดยสารประจำทางด้านหน้าสาขา

นอกจากนี้ วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างต่าง ๆ สำหรับสาขาแห่งนี้
ยังล้วนเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสภาพแวดล้อมอีกด้วย
แม้แต่หลอดไฟแต่ละดวงในสาขาของเราก็ปรับความเข้มของแสงตลอดทั้งวันโดยอัตโนมัติตามความสว่างของแสงอาทิตย์ในแต่ละช่วงของวัน
มร.เจฟฟ์ยังเล่าต่ออีกว่าในด้านการสร้างความรับรู้ในชุมชน
ขณะนี้บริษัทกำลังดำเนินโครงการรณรงค์ "๙ ล้านกล้า ๘๐ พรรษามหามงคล"
ซึ่งเป็นโครงการปลูกป่าฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ
เพื่อส่งเสริมการปลูกต้นไม้ที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อน
โดยเป้าหมายของโครงการนี้คือ การปลูกต้นไม้ 9 ล้านต้นในประเทศไทย
ซึ่งเมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จจะสามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
และสารเรือนกระจกอื่น ๆ ในชั้นบรรยากาศลงได้ประมาณ 225,000
ตันต่อปี หรือประมาณ 9 ล้านตันภายในช่วงระยะเวลา
40 ปี
และนี่ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมของเทสโก้
โลตัสที่ทุ่มเทในการรักษาสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับชุมชนว่า เทสโก้
โลตัสจะสร้าง "ชุมชนที่ดีที่สุดเพื่อทุกคน"
พร้อมนำความสะดวกสบายมาให้กับผู้บริโภค
และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของลูกค้าของเราด้วยการนำเสนอสินค้าคุณภาพ
ที่มีความหลากหลายในราคาที่ยุติธรรม
ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนต้องหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม
และทำให้โลกของเราน่าอยู่ ก่อนจะสายเกินไป...
|